
"เจ้าอาวาสวัดหัวฝายที่มีชื่อเสียง คือ ครูบาคำปัน เดิมเป็นชาวจังหวัดลำพูน
คุ้นเคยกับตุ๊เจ้าอ้าย เจ้าอาวาสวัดนันทารามและเจ้าอาวาสองค์ต่อมา คือ
ครูบาอิ่นแก้ว(พระครูศิริรัตนสุนทร) ก็คุ้นเคยกันอย่างดี ครูบาคำปัน
มีชื่อเสียงด้านทำยันต์ปรอทและยันต์กาสะท้อน
"ยันต์ปรอทช่วยด้านถูกสัตว์มีพิษเช่นแมงป่องต่อย ใช้ยันต์ปรอททาที่แผล
ว่ากันว่าสามารถดูพิษได้
รวมทั้งหากเด็กอ่อนร้องไห้เวลากลางคืนซึ่งอาจถูกรบกวนจากสิ่งอัปมงคลเมื่อนำยันต์ปรอทมาห้อยคอเด็ก
เด็กก็จะหายเป็นปกติไม่ร้องไห้ นอกจากนี้ยังใช้กันภูตผีได้อีกด้วย
คนนับถือกันมาก ส่วนยันต์กาสะท้อนใช้คาดที่เอว เด่นทางหนังเหนียวยิงไม่เข้า
ลักษณะเป็นการเขียนยันต์ในแผ่นทองแดงแล้วนำมาม้วนใช้เชือกสีแดงร้อย
ผู้ที่ได้รับมาใช้ผูกที่เอวติดตัวไป
"สมัยก่อนพระวัดต่างๆ จะมาลงอุโบสถที่วัดนันทารามทั้งสิ้น
เจ้าอาวาสวัดนันทารามจะออกหนังสือ ๑ ฉบับนิมนต์วัดที่เกี่ยวข้องมาร่วมลงอุโบสถ
ส่งที่วัดหัวฝาย วัดหัวฝายทราบแล้วจะแจ้งวัดป่าพร้าวนอก นำส่งต่อๆกันไป
วัดอื่นก็มีวัดป่าแดด วัดวังสิงห์คำ วัดท่ามะอิ
เรียกว่าหัวหมวดมาลงอุโบสถที่วัดนันทาราม"
ชื่อเสียงอีกด้านหนึ่งของบ้านหัวฝาย คือ เป็นบ้านลิเก
"หากวัดมีงานต้องไปจ้างลิเกที่หัวฝาย ที่อื่นไม่มี ลิเกอำเภอสารภีมีมาทีหลัง
สมัยประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๐-๒๕๑๐ งานวัดจะจัดมหรสพ มักจะมีหนังกลางแปลงและลิเก
หากมีเงินมากก็จะจัดเพิ่ม คือจ้างดนตรีมาเล่น สมัยนั้นมีคณะศรีสมเพชร คณะซีเอ็ม
คณะลูกระมิงค์ หนังกลางแปลงจะหาหนังขายยามาฉาย ไม่ต้องว่าจ้าง
ส่วนใหญ่เป็นหนังของขี้ผึ้งยาหม่องบริบูรณ์บาร์มมาฉายให้ชมฟรี เขาจะขายยา
ฉายแล้วช่วยบำรุงวัดครั้งละ ๕๐ บาทด้วย บางคราวก็ไปขอหนังผู้แทน คือผู้สมัคร
ส.ส.จะจัดหนังไว้ฉายตามวัดและพูดหาเสียง สมัยนั้นมีของคุณปรีดา พัฒนถาบุตร
ส่วนค่าจ้างลิเกหัวฝาย คือ คณะลุงมัย ค่าจ้าง ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท
"ละแวกวัดหัวฝายเป็นทุ่งนา หากยืนอยู่บนกำแพงดินหลังวัดนันทาราม
มองไปเป็นทุ่งนาทั้งหมด สมัยยังไม่ได้ตัดถนนมหิดล มองเห็นถึงป่าแดด
เห็นวัดหัวฝายและวัดป่าพร้าวนอกอยู่กลางทุ่งนา ทุ่งนาส่วนใหญ่เป็นของเจ้าโย
ตระกูลเจ้าอยู่ละแวกวัดฟ่อนสร้อย ใกล้ประตูเชียงใหม่
ที่นาของเจ้าโยแถวหมู่บ้านพลอยบุรินทร์
พื้นที่เก็บรถของเทศบาลรวมถึงที่ของเจ้าขุนศึกเม็งรายด้วย
"ด้านทิศใต้ของวัดหัวฝายเป็นบ้านศรีปิงเมือง สมัยก่อนบ้านไม่มาก
ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำจักสาน ทำแล้วนำมาลงรักที่บ้านนันทาราม มักเขียนลายทอง
และหากจะทำลายควัด(ลายขูด)มักไปที่บ้านระแกงสมัยก่อนเรียกหล่ายแกงอยู่ด้านหลังวัดพวกช้าง
"สมัยก่อนจะมีประเพณีจุดบ้องไฟที่วัดพระนอนหนองผึ้ง
เจ้าอาวาสวัดนันทารามองค์ก่อนจะไปร่วม ออกจากวัดผ่านประตูก้อม ผ่านวัดหัวฝาย
ชาวบ้านส่วนหนึ่งจะช่วยกันแบกส่วนหางไปล่วงหน้า ๑
วันเช้าวันรุ่งขึ้นหลวงพ่อเจ้าอาวาสกับกลุ่มชาวบ้านจะเดินไป
มีหลัวไหหาบไปเพื่อทำอาหาร มีฆ้องกลองแห่กันไป
ประเพณีนี้มีทุกปีประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนอีกแห่งหนึ่งที่มีงานจุดบ้องไฟ คือ
วัดพระนอนขอนม่วง อำเภอแม่ริม ประเพณีประมาณเดือนกรกฎาคม
สมัยก่อนวัดเราไปกันเกือบร้อยคน ไปเอาบุญกัน"
ประวัติของครูบาคำปัน มหาวัณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดหัวฝาย เดิมเป็นชาวประตูลี้
อำเภอเมืองลำพูน เคยมาบวชอยู่วัดศรีโสดา ต่อมาทางวัดหัวฝายขาดเจ้าอาวาส
พระสงฆ์ที่มีอยู่ส่วนหนึ่งไม่ได้อยู่ประจำวัดหัวฝาย มักอยู่วัดอื่นและไปๆ มาๆ
ขณะนั้นหลวงพ่อจู จิสาโร
เป็นพระประจำวัดหัวฝายจึงไปนิมนต์ครูบาคำปันจากวัดศรีโสดามาเป็นเจ้าอาวาสวัดหัวฝายตั้งแต่ปี
พ.ศ.๒๕๑๐
ชาวบ้านทั่วไปต่างศรัทธาในตัวของครูบาคำปันเนื่องจากมีความรู้ด้านเวทมนต์คาถาขับไล่ภูตผีปีศาจ
อีกทั้งมีความรู้ด้านยาสมุนไพรที่มาสามารถเป็นที่พึ่งของชาวบ้านทั่วไปได้
เรื่องเวทมนต์คาถา ชาวบ้านข้างวัดหัวฝายเล่าว่า สมัยก่อนมีเรื่องผีมาเกี่ยวข้อง
หากถูกผีเข้าญาติพี่น้องจะพามาหาครูบาคำปัน รายหนึ่งผีตายโหงเข้า
ญาติพามาวัดหัวฝาย ขณะนั้นครูบาคำปันติดนิมนต์ด้านนอก
คนถูกผีเข้าเอะอะโวยวายเสียงดัง ญาติพี่น้องช่วยกันจับ ๓ คน ๔
คนยังจับไม่ค่อยอยู่ พอครูบาคำปันมาถึงวัด
ชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์ร้องบอกว่าตุ๊ลุงมาแล้ว ผีออกทันที
คนถูกผีเข้าหงายหลังตึงเลย ตุ๊ลุงจะพกตะกรุดปรอทติดตัวไว้
ตุ๊ลุงจะนำตะกรุดจี้ตามตัวคนถูกผีเข้า จุดนั้นบ้างจุดนี้บ้าง
เชื่อกันว่าผีจะหลบอยู่ตามส่วนของร่างกาย เมื่อจี้ถูกจุดที่ผีอยู่เช่นใต้รักแร้
คนถูกผีเข้าจะร้อง ดิ้น จนผีออก
"สมัยตุ๊ลุงอยู่จะสนุก ชาวบ้านมามุงดูกันเวลาที่คนถูกผีเข้ามาให้ตุ๊ลุงไล่ผี
มาทุกเวลา กลางคืนก็มา
เวลาผีเข้าญาติมาส่งที่วัดเวลากลางคืนก็จะรู้สึกกลัวมากกว่าปกติ
สมัยก่อนวัดนี้เปลี่ยว คนถูกผีเข้ามาก็จะร้องเสียงดัง
น่าแปลกที่ปัจจุบันไม่มีผีเข้าแล้ว"
ด้านสมุนไพรรักษาโรคที่ครูบาคำปันเชี่ยวชาญและช่วยชาวบ้านได้
"เมื่อชาวบ้านเจ็บป่วยจะมาหาตุ๊ลุงให้รักษา หรือมาไม่ได้ก็ให้ญาติมาขอยา
เรียกกันว่า ยาถีบ แก้ไข้ร้อนใน ปวดท้อง กินแล้วตัวเย็นลง
ยาเป็นสมุนไพรรากไม้หลายชนิด บรรจุอยู่ในถุงผ้า
เมื่อบอกอาการและรับยาจากตุ๊ลุงแล้ว ญาติพี่น้องจะนำสมุนไพรฝนกับหิน
ใส่ในขันไปให้คนไข้กินก็จะหายจากโรค หากมีอาการปวดข้อ ปวดกระดูก
ตุ๊ลุงจะรักษาด้วยการนำเหล็กแหลมมาทิ่มรอบบริเวณที่ปวดให้เลือดซึมออกมา
แล้วก็นำยาผสมเหล้าขาวทาให้ตัวยาซึมเข้าแผล โรคก็จะหาย"
ครูบาคำปัน ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหัวฝายตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๐ จนมรณภาพเมื่อปี
พ.ศ.๒๕๓๘.
@--------------------- ขอบคุณครับ
---------------------@
---------------- รับประกันความแท้
100% -----------------
---------
เพื่อนๆท่านใดสนใจโทรติดต่อด่วนครับ
---------
--------------- พร บางระจัน
0