:: 泰国佛牌买卖-Budddhism amulet-Thai Buddha Amulets     โดย พร  บางระจัน  






หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว พระผงยาจินดามณี หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว พระผงยาจินดามณี
Phra Phang Lila LP Boon lord buddha samadhi in sacred in Temple blessing magic super porwrull amulet pedant


Name of the image of Buddha: Phra Luang Phu Boon, Wat Klang Bang Kaew
Supporter of casting: Phra Luang Phu Boon,
Location of Casting or Finding: Wat Klang Bang Kaew 
Year of Casting:: B.E 2435
Praise of the image of Buddha: Harmproof and invulnerability


Product : 000606

Price :500,000.00 baht


Luang Phor Boon - Wat Klang Bang Kaew
Nakhonpathom Province
B.E.2391 – B.E.2478
Luang Pu Boon was born on the 3rd July in B.E.2391 at Nakorn Chai Sri district of Nakorn Pathom province. When he was an infant, he was seriously ill to the extent of stop breathing. His relatives thought that he was dead and was almost wanted to bury him, but miraculously he recovered and later was named “Boon” (meaning wholesomeness / merit) by his parents.
Luang Pu Boon was ordained as a novice at the age of 13. He began to study and practice incantation from Palad Thong of Wat Khong Karam and Palad Parn of Wat Tuk Ta. He later successfully completed the subject "Maha Jindamanee Mantra Kom". LP Boon, who has enormous knowledge on BuddhaKom, was one of the greatest pre-war Guru monks of the country. He was a close friend of many contemporarily famous Guru monks viz LP Nak of Wat HuaiJorake, ChaoKhun Vinai Kitkosol and ChaoKhun Phrom of Wat Gallaya, LP Taab Wat Thong, Even the Supreme Patriarch Pear (Sangkarat Pear Wat Suthat) who was a close friend of Luang Pu Boon had often learn about incantation from Luang Pu Boon at Wat Klang Bang Kaew.
Famous ChaoKhun Sri (Sondh) had first learned with LP Boon and later left for Wat Suthat and became the Supreme Patriarch's right hand and closest disciple. For LP Chaem of Wat Takong, a greatest and most famous Guru monk of NakonPathom and the teacher of LP Tae Kongthong, was also a disciple of LP Boon.
The Phra Pathom Jedee of Nakorn Pathom province was a huge Pagoda built since B.E 234 which housed the holy relics of the Buddha. In the olden days, it was a common practice to elect a number of famous monks to protect the relics from evil forces. Luang Pu Boon was one of elected monks to provide protection in West direction.
Luang Phor Boon is regarded as one of the Top-Ten Gurus in Thailand and he is well-respected for his Buddhakhom (Buddhist magic). One of his famous Buddhakhom is JetroParivaYana. JetroParivaYana is an advance Dharma that can detect anyone’s mind. In addition to his ultra Buddhist magic, he could also chant the Maha Chinda Manee Mantra that was said when it was chanted with great smadhi, he was able to call Metta, Wealth and Fortune to bestow on you.
Luang Phor Boon made many different phims of amulets. He was famous for his Wan (Herbal) amulets called Phongya Chindamanee which cost easily with many ten thousands Baht. Apart from his herbal amulets, he had also made many amulets comprise of baked clay, bronze, silver, copper, lead/tin and ivory etc. To name a few which are highly sought after by collectors, they are Khiao Ser (Tiger Tooth), Bia Gae (Cowry Shell), NakProk and NangKwak. His Phra Chaosua amulet remains the most expensive in the market today. His third generation disciple ( LP Cher ) created the 2nd batch of Chao Sua in B.E 2535 and remains the next available subsitute to LP Boon's ChaoSua.
He was a close friend of many contemporarily famous Guru Monks viz LP Nak of Wat HuaiJorake, ChaoKhun Vinai Kitkosol and ChaoKhun Phrom of Wat Gallaya, LP Taab Wat Thong, and Somdej Phra Sangkharaj (Pae)--the Supreme Patriarch of Wat Suthat.

พระสมเด็จจหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว (พระผงยาจินดามณี)

รหัสสินค้า: 000562
ราคา: 500,000.00
ยี่ห้อ: หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว พระผงยาจินดามณี
รุ่น:หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว พระผงยาจินดามณี
ยาจินดามณี (ยาวาสนา) ตำราการสร้างผงยาจินดามณี
ยาจินดามณี (ยาวาสนา) ดีทางแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี โชคลาภ เมตตามหานิยม
ในการปลุกเสกพระกริ่งของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชแพ วัดสุทัศน์ กรุงเทพมหานคร ทุกครั้งไป มักจะพบพระอาจารย์ที่มาร่วมลงแผ่นทอง และปลุกเสกในพิธีเสมอ ได้แก่ พระพิมลธรรมนาค วัดอรุณฯ ธนบุรี หรือที่นิยมเรียกกันว่า “ท่านพ่อหลวง” ผู้เชี่ยวชาญลงหนังหน้าผากเสือที่ลือร่ำในอดีตกาล พระอาจารย์พา วัดระฆัง ธนบุรี ผู้สำเร็จผงพุทธคุณต่าง ๆ อีกท่านหนึ่งซึ่งไม่เคยขาดและเป็นพระที่คุ้นเคยกับท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชแพ ตั้งแต่เมื่อครั้งท่านเจ้าพระคุณเป็นเจ้าคณะมณฑลนครชัยศรี คือ พระพุทธวิถีนายกบุญ ขนฺธโชติ (หลวงปู่บุญ) วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี ผู้เชี่ยวชาญในการสร้าง “ยาผงจินดามณี” หรือเรียกกันตามฝอยที่ใช้ได้ผลว่า “ยาวาสนา”
ก่อนอื่นตามธรรมเนียมจะต้องกล่าวถึงประวัติของผู้สร้างให้ท่านได้รู้จักโดยสังเขปก่อน เพื่อเป็นที่เข้าใจที่มาของตำราในการสร้างผงยาจิดามณี หรือผงยาวาสนา ตลอดจนกระทั่งอุปเท่ห์ของยานี้
พระพุทธวิถีนายก วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี นามเดิมว่าบุญ นามฉายาว่า ขนฺธโชติ เกิดในรัชการที่ 3 เมื่อ ณ วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2391 จนอายุได้ 15 ปี จึงบวชเป็นสามเณรกับท่านพระปลัดทอง วัดกลางบางแก้ว เมื่ออายุใกล้อุปสมบทเกิดเจ็บป่วยขึ้นจึงต้องลาสิกขา ครั้งเมื่ออายุได้ 22 ปี ได้อุปสมบท ณ วัดกลางบางแก้ว โดยมีท่านปลัดปาน วัดตุ๊กตา นครชัยศรี เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านพระปลัดทองวัดบางแก้ว ท่านพระอธิการทรัพย์ วัดงิ้วราย ท่านพระครูปุริมานุรักษ์ วัดสุประดิษฐารามและท่านพระอธิการจัน วัดท่ามอญ เป็นอาจารย์ให้สรณาคมกับศีล สวดกรรมวาจาและบอกอนุศาลได้เลื่อนสมณศักดิ์ดังต่อไปนี้
พ.ศ. 2492 พรรษา 16 ได้รับการแต่งตั้งเป็น “พระอธิการปกครองวัดกลางบางแก้ว”
พ.ศ. 2431 พรรษา 18 ได้รับการแต่งตั้งเป็น “พระกรรมวาจาจารย์”
พ.ศ. 2443 พรรษา 30 ได้รับการแต่งตั้งเป็น “เจ้าคณะหมวด”
พ.ศ. 2459 พรรษา 46 ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์” ในราชทินนามว่า “พระครูอุตรการบดี” และเป็น “เจ้าคณะแขวง”
พ.ศ. 2462 พรรษา 49 ได้รับการแต่งตั้งเป็น “พระครูพุทธวิถีนายก” เป็นประธานกรรมการคณะสงฆ์ จังหวัดนครปฐมและจังหวัดสุพรรณบุรี
พ.ศ. 2473 พรรษา 60 ได้รับการแต่ตั้งเป็น “พระพุทธวิถีนายก” เป็นประธานกรรมการคณะสงฆ์มณฑลนครชัยศรี
ครั้งถึง พ.ศ. 2478 พรรษา 64 ท่านได้มรณภาพด้วยโรคชราตรงกับวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2478 เมื่อเวลาประมาณ 4 โมงเช้า รวมอายุได้ 87 ปี
ตำราการสร้างผงจินดามณีซึ่งเป็นยาทางพุทธคุณ เป็นตำรามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้ตกทอดมาอยู่ที่ท่านพระปลัดปาน วัดตุ๊กตา ท่านปลัดปานได้ถ่ายทอดให้แก่ท่านพระธรรมปิฎกน่วม วัดสระเกศ กรุงเทพมหานครก่อน จึงได้ถ่ายทอดต่อ ๆ มาจนกระทั่งตกที่ท่านพระพุทธวิถีนายกบุญ
ต่อมาพระพุทธวิถีนายกบุญยังได้ถ่ายทอดให้แก่ท่านพระศรีสัจจญาณมุนีสนธิ์ วัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพมหานคร และท่านพระพุทธวิถีนายกเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว อดีตเจ้าอาวาสองค์นี้เอง ซึ่งนับว่าเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของท่านก็ว่าได้ สรุปได้ว่าท่านที่สร้างผงยาจิดามณีได้มีดังต่อไปนี้
1.พระปลัดปาน วัดกลางแก้ว นครชัยศรี นครปฐม
2.พระธรรมปิฎกน่วม วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร
3.พระพุทธวิถีนายกบุญ วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี นครปฐม
4.พระศรีสัจจญาณมุนีสนธิ์ วัดสุทัศน์ กรุงเทพมหานคร
5.พระพุทธวิถีนายกเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี นครปฐม
6.อาจารย์แพทย์ สาริกบุตร
ที่ได้กล่าวมาแล้ว 6 ท่าน ได้มรณภาพแล้ว ดังนั้นที่สามารถสร้างผงจินดามณีได้และนับวันตำรานี้จะสูญสิ้นไป เพราะการสร้างทำได้ด้วยความลำบาก จะต้องหาตัวยา และหาฤกษ์ยามในการที่จะสร้างด้วย
เครื่องยาผงจินดามณีประกอบด้วย เกสรบุษบัน 1 เปราะหอม 1 ดอกจันทร์ 1 ดอกคราด 1 โกฏิสอ 1 โกฏิเขมา 1 เปลือกกุ่มชลธาร 1 กรุงเขมา 1 กำยาน 1 ทองน้ำประสาน 1 อย่างละเท่ากันบดตำผสมกับพิมเสน ชมดเชียง น้ำผึ้งรวงรัน กฤษณา น้ำมะนาว น้ำมะเขือขื่นคั้นเป็นตัวประสานผสมยาเข้าด้วยกันการบดตำยาผสมยานี้จะต้องทำกันในพระอุโบสถโดยตั้งเครื่องสักการบูชาเลือกทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งวันนั้นคือวันเพ็ญเดือน 12 ผู้ที่เข้าทำการบดยาจะต้องชำระร่างกายให้สะอาด นุ่งขาวห่มขาว ถ้าเป็นสตรีจะต้องเป็นพรหมจารีย์บริสุทธิ์ เมื่อผสมได้ที่แล้วจึงปั้นเป็นเม็ดยา เม็ดประคำผึ่งให้แห้ง แล้วเสกด้วยคาถาดังนี้
จินดามณี ปียังมันตัง ยะสังธาสัง ดกมัง อุปสันติ สะเนหัง มาตาปิตาวโอรสัง ปโพสัญจะ มหาราชา ตวังมังโป สัตถุโนทิปัง กาเรเทโว สุโปเสทิ กิญจิเทโว สักโกปัชชัง พัสมิงกินเนวา ทัตวา ปิยังกัตตะ สิรีปุตโต ภวันตุเม สิท์ลาภัง ชะนานะเย
สีของผงยามักจะออกสีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลอ่อน และสีน้ำ แล้วแต่สีของสมุนไพรและตัวประสานนั่นเอง ถ้าจะให้ดีครบบดให้ละเอียดแล้วร่อนส่วนที่ไม่ละเอียดนำมาบดให้ละเอียดอีกครั้งจึงค่อยผสมเข้าด้วยกัน สำหรับชนิดที่นำไปทำประคำ ควรมีแกนเป็นตะกรุดลงพุทธคุณทุกดอก แล้วจึงพอกยาลงไป ทำให้สะดวกในการร้อยประคำและไม่ทำให้รอยอุดตันด้วย ส่วนที่ทำเม็ดยานั้นต้องปั้นให้กลมและมีขนาดกลืนกินได้สะดวกคือขนาด “เม็ดนุ่น”
อุปเท่ห์ “ยาจินดามณี”
ตามตำรากล่าวว่าผู้ใดได้กิน “ยาจินดามณี” จะมีความเจริญทุกด้านกว่าคนทั้งหลาย ลาภ ยศ เงินทองจะหลั่งไหลมาเทมา และถ้านำไปบูชากราบไหว้สักการะทุกวันจะระงับภัยอันตรายต่าง ๆ ได้ ขึ้นโรงขึ้นศาลโทษหนักเท่าหนักถึงตายจะลดลงหรือพ้นโทษได้ พกติดตัวไว้จะเป็นที่ชื่นชมของคนทั่วไป เจรจาเป็นที่จับใจตลอดจนกระทั่งมีสง่าราศี เรียกได้ว่าใครเห็นใครรัก ใครพบใครหลงจนกระทั่งยาจินดามณีนี้มีการขนานนามอีกนามหนึ่งว่า “ยาวาสนา”
สรุปได้ว่ายาจินดามณีนี้มีพุทธานุภาพทุกด้าน ทั้งแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ลาภผลพูนทวี เมตตามหานิย เปรียบเสทอนยาดำ ซึ่งรักษาได้สารพัดโรคก็ว่าได้ ท่านเจ้าคุณพระพุทธวิถีนายกบุญ วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี ได้สร้างจินดามณี เป็น 3 ชนิด คือ 1. พระผงยาจินดามณี 2. เม็ดยา 3. ประคำ
สำหรับยาจินดามณีที่ท่านปลัดปาน วัดตุ๊กตา นครชัยศรี ท่านพระธรรมปิฎกน่วม วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร ท่านพระศรีสัจจญาณมุณีสนธิ์ วัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพมหานคร และท่านอาจารย์แพทย์ สาริกบุตร สร้างนั้นส่วนใหญ่เป็นเม็ดยา ที่สร้างยาจินดามณีเป็นองค์พระก็มีท่านพระพุทธวิถีนายกเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี ซึ่งสืบวิชาตกทอดมาจากท่านพระพุทธวิถีนายกบุญผู้เป็นอาจารย์ ท่านสร้างทั้งเม็ดยา และทำเป็นองค์พระด้วย
ดังนั้นยาจินดามณีของพระพุทธวิถีนายกบุญ หรือที่เรียกกันแบบชาวบ้านว่า “หลวงปู่บุญ” นั้น แต่ล้ำเลิศด้วยพระพุทธคุณและพระพุทธานุภาพดังอุปเท่ห์ที่ได้กล่าวมาแล้ว ผู้ใดมีไว้บูชาถือได้ว่าผู้นั้นเป็นผู้มี “วาสนา”

@----------- ศิษย์รักหลวงพ่อ สายตรง -----------@
@--------------------- ขอบคุณครับ ---------------------@
---------------- รับประกันความแท้ 100% -----------------
--------- เพื่อนๆท่านใดสนใจโทรติดต่อด่วนครับ ---------
--------------- พร บางระจัน 0893-3361995 -------


19 หมู่ 4 ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน  จังหวัดสิงห์บุรี
 Tel: 66-061-7919125,66-093-3361995  whatapp:0933361995
http://www.buddhism-amulet.com/   e-mail:amuletcenter@hotmail.com
พระเครื่องเมืองสยาม| โดย พร บางระจัน:
236/2 หมู่ 5 ,ถนน เชียงใหม่ ลำพูน ,ตำบลยางเนิ้ง,อำเภิสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 50140
 Tel: 66-061-7919125,66-093-3361995  whatapp:0933361995
http://www.buddhism-amulet.com/   e-mail:amuletcenter@hotmail.com
Copyright © 2006 Thailand Amulet Center. Website Terms of Use   |   Privacy Statement Find us on Youtube Facebook