Luang Phor Chong หลวงจง วัดหน้าต่างนอก

 

Phra Achan Phrom    พระอาจารย์พรหม วัดขนอนเหนือ

Luang phor Sud หลวงพ่อสุด วัดกาหลง

Luang Pho Ei  หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี

Luang Phor Phrom หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค

Luang Phor Kasem Kemagohหลวงพ่อเกษม เขมโก

Luang Phor Suk  หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า

Luangphor klan Wat Phayat หลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติ

Phra Rod Lamphun  พระรอด ลำพูน

Luang Poo Tood หลวงปู่ทวด วัดช้างให้

Kruba Sroy -Lunagpoo Hong  ครูบาสร้อย - หลวงปู่หงษ์

Luang Phor Koon หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ

Luang Phor Dang หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จังหวัดเพชรบุรี

Luang Poo Tim Wat Rahanrai หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ ระยอง

ครูบาเจ้าศรีวิชัย-ครูบาน้อย ชยวังโส วัดบ้านปง

Luang Phor Pan หลวงพ่อพาน วัดโป่งกะสัง

Luang Phor Derm หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ

Luang Phor Kuay หลวงพ่อกวย ชุตินธโร

Luang Phor Ngern Wat Bangklanหลวงพ่อเงิน วัดบางตลาน

Phra Pidta พระปิดตา

Luang Poo Du หลวงปู่ดู่ วัดสะแก

Luang Po Prong  หลวงปู่ปรง'วัดธรรมเจดีย์จ.สิงห์บุรี

LP Boon Wat Klang Bangkaew หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว

Phra Khun Paen พระ ขุนแผน

Luang Phor Rum หลวงพ่อหร่ำ  วัดกร่าง จ.ปทุมธานี

Phor Tan Klai พ่อท่านคล้าย

LungPhor Seng หลวงพ่อเส็ง

 

Amulet Talisman เครื่องราง ของขลัง

Lunag Phor Boiหลวงพ่อโบ้ยวัดมะนาวสุพรรณบุรี

Luang Phor Nueng หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี

Luang Pu Rian Worlaphoหลวงปู่เหรียญ วรลาโภม

Kuman Thong หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม

 

 


 

 

หลวงพ่อเมี้ยนวัดโพธิ์กบเจา พระสมเด็จดอกบัวบาน ปี 37 เนื้อผงพุทธคุณ จ.อยุธยา เจ้าตำหรับ ๕ ม. (น้ำมัน น้ำมนต์ มีดหมอ หมาก ไม้ครู)

รหัสสินค้า: 000202

ราคา: 5,000.00 บาท

รุ่น: หลวงพ่อเมี้ยนวัดโพธิ์กบเจา พระสมเด็จดอกบัวบาน ปี 37 เนื้อผงพุทธคุณ จ.อยุธยา เจ้าตำหรับ ๕ ม. (น้ำมัน น้ำมนต์ มีดหมอ หมาก ไม้ครู)

 

รายละเอียด: หลวงพ่อเมี้ยนวัดโพธิ์กบเจา พระสมเด็จดอกบัวบาน ปี 37 เนื้อผงพุทธคุณ จ.อยุธยา เจ้าตำหรับ ๕ ม. (น้ำมัน น้ำมนต์ มีดหมอ หมาก ไม้ครู)

#หลวงพ่อเมี้ยนวัดโพธิ์กบเจา พระสมเด็จดอกบัวบาน ปี 37 เนื้อผงพุทธคุณ จ.อยุธยา เจ้าตำหรับ ๕ ม. (น้ำมัน น้ำมนต์ มีดหมอ หมาก ไม้ครู) พระอริยสงฆ์แห่งท้องทุ่งบางบาล ต้องยกให้ หลวงพ่อเมี้ยน พุทธสิริ วัดโพธิ์กบเจาศิษย์เอกหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก นับได้ว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้แก่กล้าด้วยวิชาอาคมและพลังจิต เอกลักษณ์ที่โดดเด่นส่งผลให้กิตติศัพท์ของหลวงพ่อเมี้ยนระบือลือเลื่อง ก็คือการบำบัดรักษาโรคร้ายสารพัด และการขจัดปัดเป่าขับไล่ภูติผีปีศาจด้วยอำนาจจิตที่แข็งกล้าประกอบกับคาถาอาคมที่เข้มขลัง ซึ่งหลวงพ่อท่านเจนจัดและเชี่ยวชาญยากจะหาใครเปรียบ เหตุนี้จึงไม่เป็นเรื่องแปลกเลยที่ในอดีต แต่ละวันจะมีผู้คนทั้งใกล้ไกลเดินทางสู่วัดโพธิ์กบเจา เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากหลวงพ่อเมี้ยนจนแน่นกุฎิแทบไม่เว้นแต่ละวัน รวมถึงท่านจะต้องถูกนิมนต์ไปร่วมนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคลในพิธีพุทธาภิเษกต่างๆ น้อยใหญ่ทั่วประเทศสม่ำเสมอ นี่แหละ!! หลวงพ่อเมี้ยน แห่งวัดโพธิ์กบเจา พระเกจิอาจารย์ผู้แก่กล้าด้วยวิชาอาคมและพลังจิต เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรมบริสุทธิ์อันสูงยิ่หลวงพ่อจงได้ถ่ายทอดวิชาการเพ่งกสิณต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานของอภิญญาสมาบัติให้แก่หลวงพ่อเมี้ยนอย่างไม่ปิดบัง โดยสอนควบคู่กับ หลวงพ่อนิล พระน้องชายของหลวงพ่อจงซึ่งมีอาคมแก่กล้าไม่เป็นรองหลวงพ่อจงเท่าไหร่นัก

ประวัติ พระครูพุทธสิริวัฒน์ (หลวงพ่อเมี้ยน พุทธสิริ) วัดโพธิ์กบเจา อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา

 

 

        หากจะกล่าวถึงฉายา เจ้าตำหรับ ๕ ม. (น้ำมัน น้ำมนต์ มีดหมอ หมาก ไม้ครู)  ของพระอริยสงฆ์แห่งท้องทุ่งบางบาล ต้องยกให้ หลวงพ่อเมี้ยน พุทธสิริ วัดโพธิ์กบเจา อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา นับได้ว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้แก่กล้าด้วยวิชาอาคมและพลังจิต เอกลักษณ์ที่โดดเด่นส่งผลให้กิตติศัพท์ของหลวงพ่อเมี้ยนระบือลือเลื่อง ก็คือการบำบัดรักษาโรคร้ายสารพัด และการขจัดปัดเป่าขับไล่ภูติผีปีศาจด้วยอำนาจจิตที่แข็งกล้าประกอบกับคาถาอาคมที่เข้มขลัง ซึ่งหลวงพ่อท่านเจนจัดและเชี่ยวชาญยากจะหาใครเปรียบ เหตุนี้จึงไม่เป็นเรื่องแปลกเลยที่ในอดีต แต่ละวันจะมีผู้คนทั้งใกล้ไกลเดินทางสู่วัดโพธิ์กบเจา เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากหลวงพ่อเมี้ยนจนแน่นกุฎิแทบไม่เว้นแต่ละวัน รวมถึงท่านจะต้องถูกนิมนต์ไปร่วมนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคลในพิธีพุทธาภิเษกต่างๆ น้อยใหญ่ทั่วประเทศสม่ำเสมอ      นี่แหละ!! หลวงพ่อเมี้ยน แห่งวัดโพธิ์กบเจา พระเกจิอาจารย์ผู้แก่กล้าด้วยวิชาอาคมและพลังจิต เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรมบริสุทธิ์อันสูงยิ่

   ชาตภูมิ

          หลวงพ่อเมี้ยน พุทฺธสิริ ท่านมีนามเดิมว่า "เมี้ยน" เกิดในตระกูล "เกิดโภคทรัพย์" เมื่อวันพฤหัสบดีเดือนยี่ ปีมะเส็ง พ.ศ. 2460 ณ บ้านหาดทราย หมู่ 9 ต.กบเจา อ.บางบาล จ.อยุธยา เป็นบุตรของ คุณพ่อแก้ว และ คุณแม่ทองม้วน ในตระกูล "เกิดโภคทรัพย์" ท่านเป็นบุตรคนที่3 ในจำนวนพี่น้องจำนวน 8 คน  

      เนื่องจากบิดาของท่านเป็นหมอยากลางบ้าน ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรแผนโบราณ วินิจฉัยโรค และวางยาให้ตรงกับโรค ไม่ว่าหมอที่ไหนจะรักษาไม่ได้ ถ้ามาหาหมอแก้วแล้วเป็นหายกลับไปทุกราย จนชาวบ้านให้ฉายาว่า "หมอแก้วเทวดา" ด้วยเหตุนี้ทำให้หลวงพ่อเมี้ยน ได้รับถ่ายทอดความรู้และความเข้าใจ ด้านสมุนไพร และ ตัวยาแผนโบราณต่างๆ จากบิดาของท่าน 

  อุปสมบท

 

  ครั้งเมื่ออายุเข้า 21 ปี ท่านจึงตัดสินใจอุปสมบท ณ วัดโพธิ์ อ.บางบาล จ.อยุธยา ในปี พ.ศ. 2481

  พระครูปุ้ย วัดธรรมโชติการาม (วัดขวิด) เป็นพระอุปัชฌาย์

  พระอธิการหลิ่ว วัดพิกุลโสคันธ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์

  พระครูหลิ่ม วัดโพธิ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์  

  ได้รับฉายาว่า " พุทธสิริ " 

     เมื่อรับพระกรรมฐานจากพระอุปัชฌาย์แล้ว ภิกษุเมี้ยนก็เริ่มต้นพากเพียรปฏิบัติกภาวนาสมาธิ อย่างจริงจัง ท่านเห็นว่าการได้เข้ามาอุปสมบทในบวรพระพุทธศานานั้นนับได้ว่าเป็นผู้โชคดีมหาศาลซึ่งนอกจากจะได้บำเพ็ญบุญอย่างเต็มที่แล้ว ยังได้อานิสงค์อันไพศาลอีกด้วย   การศึกษาพุทธาคม

   หลังจากบวชได้ ๗ พรรษาหลวงพ่อก็ได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์แทนเจ้าอาวาสองค์ก่อนที่มรณภาพลง เมื่อปี พ.ศ.2487 ในสมัยนั้น จังหวัดอยุธยามีพระคณาจารย์อยู่มากมายหลายรูปด้วยกัน โดยแต่ละรูปล้วนทรงพระเวทวิทยาคม เป็นที่เลื่องลือ หลวงพ่อเมี้ยนจึงได้ถวายตัวเป็นศิษย์ โดยอาศัยฐานความรู้และความกตัญญู ที่โยมบิดาได้สอนสั่งแนะแนวทางไว้ให้ ทำให้พระคณาจารย์ทุกรูปที่หลวงพ่อเมี้ยนไปหาต่างก็มอบวิชาอาคมความรู้ต่างๆให้ด้วยความเต็มใจ ซึ่งพระคณาจารย์ที่หลวงพ่อเมี้ยนได้ไปฝากตัวศึกษาวิชาอาคมในสมัยนั้น มีดังนี้

หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ จ.อยุธยา

      กิตติศัพท์ของหลวงพ่อขันในสมัยนั้น เป็นที่เลื่องลือด้านคงกระพันชาตรีเป็นเลิศ สามารถเสกใบไม้ให้กลายเป็นตัวต่อตัวแตนบินกันให้ว่อน เสกพระเครื่องรางให้เด่นเป็นมหาอุดหยุดลูกปืน ที่เป็นของขึ้นชื่อเลยก็คือ เชือกคาด หากจะดูเผินๆก็เหมือนเชือกสนตะพายควายธรรมดาๆ แต่อานุภาพสูงเหลือหลาย ขนาดลงน้ำปลิงไม่ได้กินเลือด เคียวเกี่ยวคอกระชากยังไม่เป็นอะไร ชาวบางบาลในสมัยนั้นใครไม่มีเชือกคาดของหลวงพ่อขันไว้ติดตัวเป็นไม่ได้    

      ครั้นเมื่อหลวงพ่อเมี้ยนล่วงรู้ถึงกิตติศัพท์ของหลวงพ่อขัน จึงทำให้เกิดความศรัทธาขึ้นในจิตใจจนต้องเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ขอเรียนวิชา ครั้งแรกที่พบหลวงพ่อขันได้สำแดงฤทธิ์ทำน้ำมนต์เดือดให้หลวงพ่อเมี้ยนชม และยังทำน้ำมนต์ให้หมุนในบาตรอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ก่อนที่จะสอนวิชาทำน้ำมนต์ดังกล่าวให้หลวงพ่อเมี้ยนจนหมดสิ้นและยังได้มอบวิชาน้ำมนต์สารพัดนึกให้อีกด้วยนอกจากวิชาทำน้ำมนต์แล้ว ยังมีวิชาคงกระพันและเมตตา รวมถึงอักขระเลขยันต์ต่างๆ ที่หลวงพ่อขันมอบให้โดยไม่ปิดบัง     

   

  

        หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จ.อยุธยา หลวงพ่อปาน แห่งวัดบางนมโค ท่านเป็นพระเถราจารย์ที่ยิ่งด้วยบารมีธรรมสูง สงเคราะห์ญาติโยมโดยไม่เลือกชั้นวรรณะแต่อย่างใด ทำให้มีศรัทธาสาธุชนอยู่ทั่วทุกสารทิศ สรรพวิชาของท่านได้ตำราเทวดา "พระคาถาปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์" จากสวรรคโลกมาสร้างพระเนื้อดินเผาได้โด่งดัง และอีกหนึ่งบทบาทคือการเป็นพระหมอรักษาโรคภัยต่างๆ ถอดถอนคุณไสย ปัดเป่าสยบภูตผีปีศาจ      ด้วยเหตุนี้หลวงพ่อเมี้ยนจึงคิดที่อยากจะฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อนำสรรพวิชาของหลวงพ่อปานมาสงเคราะห์ญาติโยม หลวงพ่อปานได้ถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บปัดเป่าคุณไสยฯ คุณผีคุณคน ให้หลวงพ่อเมี้ยนอย่างเต็มกำลัง และหลวงพ่อปานยังได้ถ่ายทอด"วิชาเกราะเพชร"เพิ่มเติมให้แก่หลวงพ่อเมี้ยนอีกด้วย ซึ่งหลวงพ่อเมี้ยนได้อาศัยลบผงยันต์เกราะเพชรสร้างเป็นวัตถุมงคลต่างๆของท่านมาจนทุกวันนี้      

หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.อยุธยา

       อริยสงฆ์รูปนี้เป็นสหธรรมมิกร่วมสมัยกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เชี่ยวชาญด้านกสิณต่างๆเป็นเลิศ อิทธิฤทธิ์ของหลวงพ่อจงนั้นสามารถเดินฝ่าสายฝนไปได้โดยที่ตัวท่านไม่เปียก แม้แต่เดินบนผิวน้ำหลวงพ่อจงท่านก็ทำได้ แต่ไม่ค่อยมีคนได้เห็น นอกจากนั้น หลวงพ่อจงยังมีอาคมแก่กล้าเสกตะกรุด เสกเหรียญเพียงแต่เป่าลมลงไปพ้วงเดียวก็ให้นำมาแจกจ่ายกันได้ บางคนไม่เชื่อหาว่าพ้วงเดียวมันจะได้การอะไร เอาปืนทดลองยิงก็ไม่ออก จึงเชื่อเรื่องพ้วงเดียวของหลวงพ่อจงมาก หลวงพ่อจงเป็นพระที่มีภูมิธรรมสูงมาก เชื่อกันว่าท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์เพราะวัตรปฏิบัติของท่านบางอย่างนั้นชี้ชัดว่าท่านถือทางไปสู่อรหันตภูมิ

   หลวงพ่อจงได้ถ่ายทอดวิชาการเพ่งกสิณต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานของอภิญญาสมาบัติให้แก่หลวงพ่อเมี้ยนอย่างไม่ปิดบัง โดยสอนควบคู่กับ หลวงพ่อนิล พระน้องชายของหลวงพ่อจงซึ่งมีอาคมแก่กล้าไม่เป็นรองหลวงพ่อจงเท่าไหร่นัก 

 

หลวงพ่ออินทร์ วัดเกาะหงษ์ จ.นครสวรรค์

     หลวงพ่อเมี้ยนสมัยที่ออกจาริกธุดงค์เดียวดายเรื่อยไป กระทั้งครั้งหนึ่งขณะที่ท่านกำลังจาริกธุดงค์อยู่กลางป่าลึกคงเป็นเพราะวาสนาบารมีประกอบกับปณิธานความตั้งใจมั้นที่จะแทนคุณชาวบ้านทำให้ท่านธุดงค์ไปพบศิษย์ตถาคตรูปหนึ่งซึ่งสูงด้วยวัยและพรรษาบวชท่านเป็นภิกษุที่เชี่ยวชาญในการเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับกระดูกภิกษุรูปนั้นชื่อ" อินทร์" แต่ชาวบ้านตั้งฉายาให้ท่านและเรียกขานกันจนติดปากว่า " หลวงพ่ออินทร์ เทวดา"

       หลวงพ่อเมี้ยนท่านเคยเล่าให้ลูกศิษย์ลูกหาฟังว่า ท่านเห็นกับตาว่าหลวงพ่ออินทร์ท่านเก่งกาจในด้านรักษาโรคภัยไข้เจ็บอย่างยากที่จะหาตัวจับ ขนาดช้างป่าถูกลูกปืนพรานหนีกระเซอะกระเซิงไปรอความตายอยู่กลางดง หลวงพ่ออินทร์ท่านยังช่วยรักษาให้โดยใช้น้ำมันมนต์หยดลงไปในบาดแผลที่กระสุนฝังอยู่และประสานทับด้วยคาถาอาคมอันเข้มขลังของท่าน เพียงครู่เดียวหัวกระสุนก็ไหลตามน้ำมนต์ออกมาอย่างน่าอัศจรรย์ แต่นี้เจ้าช้างหนุ่มผู้บาดเจ็บกลับยอมนอนสงบนิ่ง ด้วยพลังเมตตาบารมีของหลวงพ่ออินทร์ เทวดา และยอมให้ท่านได้รักษาบาดแผลแต่โดยดี จนในที่สุดช้างป่าเชือกนั้นก็รอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชไปได้

       ด้วยวิชาอาคมอันเข้มขลังของหลวงพ่ออินทร์ ทำให้หลวงพ่อเมี้ยนเกิดศรัทธาเลื่อมใสถึงขนาดปวารณาตัวขอเป็นศิษย์คอยติดตามรับใช้และร่ำเรียนสรรพวิชาต่างๆ ซึ่งหลวงพ่ออินทร์ท่านก็เมตตารับตัวหลวงพ่อเมี้ยนไว้เป็นศิษย์และได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ต่างๆให้อย่างไม่ปิดบัง จากนั้นหลวงพ่อเมี้ยนก็ยังได้ติดตามหลวงพ่ออินทร์ไปจนถึงวัดเกาะหงษ์ จ.นครสวรรค์ อันเป็นวัดของหลวงพ่ออินทร์

   กาลเวลาผ่านไปเมื่อหลวงพ่อเมี้ยนเชี่ยวชาญเจนจัดวิชาต่างๆที่ได้รับถ่ายทอดให้จนหมดไส้หมดพุงท่านก็กราบลาพระอาจารย์เพื่อเดินทางสู่มาตุภูมิคือวัดโพธิ์กบเจา บางบาล อยุธยา และหลังจากนั้นญาติโยมส่วนมากจะมาให้หลวงพ่อเมี้ยนท่านบำบัดโรคภัยหรืออาการบาดเจ็บเกี่ยวกับกระดูกเกือบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นกระดูกส่วนไหนหักหรือเดาะ หากมาที่วัดโพธิ์กบเจาเป็นต้องหายทุกราย ชื่อเสียงของหลวงพ่อเมี้ยนก็เริ่มขจรขจายออกไปเรื่อยๆ 

หลวงพ่อห่วง วัดบางยี่โท จ.อยุธยา           

   

      หลวงพ่อห่วง วัดบางยี่โท ท่านเป็นหนึ่งในศิษย์ของหลวงพ่อปั้น วัดพิกุลโสคัณฑ์ อาจารย์ใหญ่ยุคโบราณของเมืองกรุงเก่าตำรับตำราสำคัญๆของหลวงพ่อปั้น ก็ตกทอดมาอยู่กับหลวงพ่อห่วงทั้งหมด หลวงพ่อท่านสำเร็จวิชา"เมตตามหานิยมและมหาจินดามณี" ไม่ว่าจะไปทางใดก็จะมีผู้คนมาลุมล้อมคอยขอของดี

       วิชาดังกล่าวได้ถ่ายทอดให้หลวงพ่อเมี้ยนไว้ก่อนที่หลวงพ่อห่วงจะมรณภาพไม่นานนัก หลวงพ่อเมี้ยนจึงเป็นศิษย์แต่เพียงผู้เดียวของหลวงพ่อห่วงที่ได้วิชานี้มา

 

หลวงพ่อเลียบ วัดเลา จ.กรุงเทพฯ         

               ท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก หลวงพ่อเลียบ วัดเลา กทม. เป็นพระเถระที่มีอาคมแกร่ง โดยเฉพาะในด้านมหาอำนาจ ตัวอย่างเช่น ครั้งหนึ่งกบฎผีบุญที่ภาคอีสานก่อการกำเริบส้องสุมผู้คนเป็นปฏิปักษ์ต่อพระมหากษัตริย์ และยุยงสงฆ์ให้กระด้างกระเดื่องต่อทางบ้านเมือง ถึงกับเขียนจดหมายท้าสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวโรรส ว่าถ้าเก่งจริงใหลงไปจับด้วยตนเอง และ

ให้ตรียมหม้อใหม่ไปใส่กระดูกกลับลงมาด้วยหลวงพ่อเลียบได้รับอาสาไปจัดการแทนสมเด็จพระสังฆราช ด้วยความเต็มใจ

   เมื่อเดินทางไปถึงท่านก็ได้ไปจำวัดในแพริมแม่น้ำแต่พวกกบฎผีบุญได้ยกกันมาจะทำร้ายท่านโดยมีผีบุญนั่งเสลี่ยงคานหามมาอย่างยโสโอหังมาถึงก็หยุดอยู่บนตลิ่ง แล้วประกาศให้หลวงพ่อเลียบออกไปทำความเคารพ หลวงพ่อเลียบท่านสำรวมจิตร่ายพระเวทย์ "ตวาดฟ้าป่าหิมพานต์"แล้วพุ่งตัวออกไปร้องตวาดพวกผีบุญ พลันก็เกิดฟ้าผ่าและเกิดลมพายุพัด พวกหาบคานหามผีบุญตกตะลึงตัวสั่น ทิ้งคานหามผีบุญถึงกับหัวทิ้มลงมา ที่เหลือพากันทิ้งอาวุธหนีเอาตัวรอดไปจนหมด เช้ารุ่งขึ้นหลวงพ่อเลียบ ได้สอบสวนพฤติกรรมของผีบุญแล้วก็เดินทางกลับมาถวายรายงานต่อสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ในที่สุดทางบ้านเมืงได้ยกกองทัพไปปราบผีบุญและก็ได้ตายในที่สุด กล่าวกันว่าที่อาคมของผีบุญเสื่อมก็เพราะหลวงพ่อเลียบท่านได้ตวาดฟ้าป่าหิมพานต์สยบไว้นั่นเอง

      หลวงพ่อเมี้ยนได้เรียนวิชาอาคมกับหลวงพ่อเลียบที่วัดเลา จนสำเร็จก่อนจะจาริกกลับสู่วัดโพธิ์กบเจา และหลังจากกลับมาแล้วยังได้ไปเรียนพระคาถาและอักขระต่างๆจากหลวงพ่อ" อยู่ "วัดโบสถ์ ซึ่งได้ตำราตกทอดมาจากวัดประดู่ทรงธรรม หลวงพ่ออยู่ท่านได้มีเมตตาหลวงพ่อเมี้ยน จึงได้ยกตำราทั้งหมดให้มารักษาไว้ หลังจากได้รับมอบครอบครองตำราอักขระ ของวัดประดู่ทรงธรรมมาแล้วหลวงพ่อเมี้ยนก็ได้ศึกษาและบูชาครูอยู่เป็นนิจ ด้วยว่าพระอาจารย์อยู่ได้สั่งไว้ก่อนมรณภาพว่า ตำราสมุดข่อยวัดประดู่ทรงธรรมนี้ มีวิญญาณบูรพาจารย์คอยรักษาอยู่ ผู้ใดได้ไปอย่าได้นิ่งดูดาย หมั่นสาธยายหมั่นไหว้ครูบูรพาจารย์ จักเจริญยิ่งยืนนานตลอดไป

  

"นะฉัพพรรณรังสี" ยันต์ครูของหลวงพ่อ 

   สองปีเต็มที่ตำรามาอยู่กับหลวงพ่อเมี้ยน ได้รับการบูชาอย่างสม่ำเสมอ จนในคืนวันหนึ่งหลวงพลังแห่งเมตตาธรรมพ่อเมี้ยนก็เกิดนิมิตประหลาด ในนิมิตนั้น.....มีพระภิกษุวัยชราครองจีวรงดงามเดินเข้ามาหาที่หน้ากุฏิของหลวงพ่อเมี้ยน ขณะนั้นท่านกำลังนั่งดูตำราอยู่ พอมาถึงพระรูปนั้นก็นั่งลงต่อหน้า แล้วกล่าวว่า "เธอเป็นคนดี มีกตัญญูต่อบูรพาจารย์ ฉันจึงต้องมาหาเธอในคืนนี้ ฉันชื่อ "รอด" เคยเป็นเจ้าอาวาสวัดประดู่ (วัดประดู่ทรงธรรม) เมื่อก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา ฉันได้เล่าเรียนตำรานี้แล้วทรงตำราไว้ กระทั้งกรุงศรีอยุธยาแตก ตำรานี้จึงได้ถูกขนย้ายออกมาพร้อมกับฉัน จนได้ตกทอดมาถึงเธอ ฉันจะมามอบยันต์ประจำตัวของฉันให้เธอหนึ่งตัว อยู่ในสมุดข่อยนั่นแหละ แต่ฉันจะสอนเคล็ดลับให้ "

         จากนั้นหลวงพ่อรอด (เสือ) ก็ได้สอนการเขียนอักขระที่เรียกว่า "นะฉัพพรรณรังสี" อันเป็นสุดยอดของยันต์ทางเมตาตามหานิยม แคล้วคลาด หลวงพ่อรอดได้สอนวิชาทั้งหมดให้ในนิมิต จนในที่สุดหลวงพ่อเมี้ยนก็จดจำได้ พอรุ่งเช้าขึ้นมาหลวงพ่อตื่นจากจำวัดแล้วยันต์นั้นก็ติดตาหลวงพ่ออยู่ หลวงพ่อได้เอาดินสอเขียนยันต์ทั้งหมดไว้ในกระดาษและถือว่าเป็นยันต์ครูของหลวงพ่อ ตั้งแต่ได้ นะฉัพพรรณรังสีมาแล้ว

หลวงพ่อบอกว่ารู้สึก อักขระทั้งหลายที่ได้เล่าเรียนไว้ผนึกกันเป็นหนึ่งเดียวและสมาธิก็มั่นคงและมีกำลังกล้าแข็งขึ้น

พลังแห่งเมตตาธรรม

         ด้วยความมีเมตตาของหลวงพ่อเมี้ยนและวิชาความรู้ต่างๆที่หลวงพ่อได้เล่าเรียนมานั้นท่านได้นำมาใช้สงเคราะห์แก่ญาติโยมผู้เคราะห์ร้าย โดยมิได้เห็นแก่อามิสสินจ้างหรือลาภยศแต่ประการใด ประกอบกับหลวงพ่อเป็นพระกรรมฐานที่มีพลังจิตสูง จึงทำให้หลวงพ่อเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังองค์หนึ่งของยุค ในงานพิธีปลุกเสกครั้งสำคัญๆหลวงพ่อจะเป็นองค์หนึ่งที่ได้รับอาราธนาให้เข้าร่วมพิธีปลุกเสกเสมอมา

         ทางด้านการสงเคราะห์ญาติโยมด้วยวิชาแผนโบราณ ก็มีญาติโยมที่ป่วยไข้จากทั่วสารทิศเดินทางมารับการสงเคราะห์จากหลวงพ่อ ท่านไม่เคยเบื่อหน่ายในการสงเคราะห์ญาติโยม จะมากันมากมายขนาดไหน ท่านทำการสงเคราะห์ให้จนทั่วถึง กลางวันยังไม่หมดก็ต่อกลางคืน ดึกดื่นจนตีหนึ่ง ตีสอง หลวงพ่อยังนั่งรักษาคนไข้อยู่มีให้เห็นเป็นประจำ หลวงพ่อโด่งดังมากเรื่องรักษากระดูก เส้นเคล็ดยอก ปวดเมื่อย ผีเข้าเจ้าสิง ถูกคุณไสยฯ เรียกว่าน้อยรายเต็มทีที่มาหาหลวงพ่อแล้วจะไม่หาย ส่วนมากหายหมด 

 

 

วาระสุดท้ายแห่งชีวิต

     ในช่วงต้นปี พ.ศ.2541 หลวงพ่อเมี้ยนเริ่มมีอาการอาพาธจากการก่อตัวของมะเร็งในช่องปากบริเวณแก้มด้านขวา ซึ่งมีผลข้างเคียงมาจากการฉันหมาก ซึ่งหลวงพ่อได้พิจารณาและ"ปลงตกในกองสังขารที่ไม่เที่ยงแท้ ล้วนเกิดมาด้วยวิบากกรรมกันทั้งสิ้น" จวบจนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2541 เวลาประมาณ 16.00 น. ท่านจึงได้มรณภาพลงด้วยอาการสงบ สิริรวมอายุได้ 81 ปี 60 พรรษา

 

 

******************************************************

 


@----------- ศิษย์รักหลวงพ่อ สายตรง -----------@
@--------------------- ขอบคุณครับ ---------------------@
---------------- รับประกันความแท้ 100% -----------------
--------- เพื่อนๆท่านใดสนใจโทรติดต่อด่วนครับ ---------
--------------- พร บางระจัน 081-7842076 ----------------

 

 

 

 

 

 

 


 

THAILAND AMULET CENTER |CHIANGMAI OFFICE E
211/45 the City Villa, Soi Ladprao 126
Ladprao Rd, Kwang Prapla,Wang Thong Lang district
Bangkok 10310 Mobile :66-093-3361995     e-mail:amuletcenter@hotmail.com
พระเครื่องเมืองสยาม| โดย พร บางระจัน:
236/2 หมู่ 5 ,ถนน เชียงใหม่ ลำพูน ,ตำบลยางเนิ้ง,อำเภิสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 50140
Tel: 66-053-963029,66-093-3361995  Fax : 66-53-963029
Mobile : 66-093-3361995   e-mail:amuletcenter@hotmail.com
Copyright © 2006 Thailand Amulet Center. Website Terms of Use   |   Privacy Statement Find us on Youtube Facebook