Luang Phor Chong หลวงจง วัดหน้าต่างนอก

 

Phra Achan Phrom    พระอาจารย์พรหม วัดขนอนเหนือ

Luang phor Sud หลวงพ่อสุด วัดกาหลง

Luang Pho Ei  หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี

Luang Phor Phrom หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค

Luang Phor Kasem Kemagohหลวงพ่อเกษม เขมโก

Luang Phor Suk  หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า

Luangphor klan Wat Phayat หลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติ

Phra Rod Lamphun  พระรอด ลำพูน

Luang Poo Tood หลวงปู่ทวด วัดช้างให้

Kruba Sroy -Lunagpoo Hong  ครูบาสร้อย - หลวงปู่หงษ์

Luang Phor Koon หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ

Luang Phor Dang หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จังหวัดเพชรบุรี

Luang Poo Tim Wat Rahanrai หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ ระยอง

ครูบาเจ้าศรีวิชัย-ครูบาน้อย ชยวังโส วัดบ้านปง

Luang Phor Pan หลวงพ่อพาน วัดโป่งกะสัง

Luang Phor Derm หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ

Luang Phor Kuay หลวงพ่อกวย ชุตินธโร

Luang Phor Ngern Wat Bangklanหลวงพ่อเงิน วัดบางตลาน

Phra Pidta พระปิดตา

Luang Poo Du หลวงปู่ดู่ วัดสะแก

Luang Po Prong  หลวงปู่ปรง'วัดธรรมเจดีย์จ.สิงห์บุรี

LP Boon Wat Klang Bangkaew หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว

Phra Khun Paen พระ ขุนแผน

Luang Phor Rum หลวงพ่อหร่ำ  วัดกร่าง จ.ปทุมธานี

Phor Tan Klai พ่อท่านคล้าย

LungPhor Seng หลวงพ่อเส็ง

 

Amulet Talisman เครื่องราง ของขลัง

Lunag Phor Boiหลวงพ่อโบ้ยวัดมะนาวสุพรรณบุรี

Luang Phor Nueng หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี

Luang Pu Rian Worlaphoหลวงปู่เหรียญ วรลาโภม

Kuman Thong หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม

 

 


 

เสือเขี้ยวแกะ ครูบาน้อย วัดบ้านปง  แกะจากเขี้ยวหมูป่า จารเต็ม  ผิวหิ้งเก่าเดิมๆ

รหัสสินค้า: 000495

ราคา: 10,000.00 บาท

รุ่น: รุ่น พิเศษ เซยิค 100 ปี 2540


ยี่ห้อ
:เสือเขี้ยวแกะ ครูบาน้อย วัดบ้านปง 

รายละเอียด:เสือเขี้ยวแกะ ครูบาน้อย วัดบ้านปง  แกะจากเขี้ยวหมูป่า จารเต็ม  ผิวหิ้งเก่าเดิมๆ

 

เสือครูบาน้อย วัดบ้านปงเขียวหมู ตามตำนานเสือครูบาน้อย ลูกศิษสายทหารพานได้เอาเขียวเสือเขียวหมูป่าเอาไปให้ช่างเเกะเป็นเสือ ส่วนเขียวเสือจะหาได้ยากก่าวเพราะเขียวเสือมีน้อย เเล้วนำมาให้ครูบาน้อยปลุกเสก บ่างตัวครูบาก็เมตตาจารให้บ่างตัวก็ไม่ได้จาร มีหลากหลายขนาดทั้งตัวใหญ่ตัวเล็กเสือครูบาน้อยได้สร้างหลายครั้งเนื่องเสือของท่านได้รับความนิยมเป็นอย่างมากครับผม พุธทคุณเสือของครูบาน้อยนั่นเด่นทางมหาอำนาจ กันสัตว์ร้าย ภัยอันตรายต่างๆครับ ตัวนี้ตัวใหญ่จ่าฝูงครับ.

รายนามพระเกจิปรกเสกวัตถุมงคลรุ่นซยิด 100 ปี ครูบาหน้อย ชยฺวโส พ.ศ.2540 :

1.สมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือ สมเด็จเกี่ยว เจ้าอาวาสวัดสระเกศ

2.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาส วัดปากน้ำภาษีเจริญ

3.หลวงพ่อลำใย ปิยวัณโณ เกจิดังแห่งวัดทุ่งลาดหญ้า

4.หลวงปู่ครูบาน้อย ชยวังโส ฯลฯ


ข้อมูลประวัติ หลวงปู่ครูบาน้อย ชยวังโส วัดบ้านปง เชียงใหม่
 

หลวงปู่ครูบาหน้อย ครูบาแห่งดินแดนเมืองสามฝั่งแกน

ตามคำบอกเล่าของหลวงปู่ฯว่า ในช่วงเวลา 20 ปีแห่งยุคสมัยของครูบาเจ้าศรีวิชัยนั้น ถึงแม้ระบบข่าวสารการคมนาคมต่างๆจะติดต่อถึงกันยากลำบากก็ตาม แต่กิตติศัพท์ของครูบาศรีวิชัยเดินทางไปยังสถานที่ใดก็จะพากันไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ไม่ขาดสาย ส่วนศรัทธาประชาชนนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะเลื่อมใสครูบาอย่างล้นหลาม คราใดที่ครูบาเดินทางจากอำเภอหนึ่งไปยังอีกอำเภอหนึ่ง ก็จะมีประชาชนนับหมื่นเดินทางไปส่งเป็นขบวนประดุจกองทัพธรรม แม้เดินทางจากเชียงใหม่ไปเชียงรายก็จะมีผู้ติดตามไปเป็นขบวนใหญ่ จนทำให้พระผู้ใหญ่ผู้ปกครองมีความไม่สบายใจ บางรูปใส่ร้ายว่า ครูบาศรีวิชัยเป็น “ผีบุญ” พยายามจะยัดเยียดข้อหาร้ายแรงต่างๆให้ แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถจะเอาผิดกับครูบาศรีวิชัยได้
 
ข่าวการมาจำพรรษาและอยู่บูรณะปฏิสังขรณ์พระวิหารวัดสวนดอกบุพพารามและบูรณะวัดพระสิงห์ตามคำอาราธนาของเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่และพระราชชายาเจ้าดารารัศมี กระจายไปทั่วหัวเมือง ทุกอำเภอที่บอกกันปากต่อปาก เป็นที่ตื่นตาของศรัทธาประชาชนและพระสงฆ์จากอำเภอต่างๆที่จะได้พากันมาร่วมทำบุญ มาพบปะสักการะผู้มีบุญคือครูบาศรีวิชัยและที่ตั้งใจมารับเทศนาธรรมและปฏิบัติธรรมเพื่อหวังมรรคผลและนิพพานก็มีอยู่เป็นอันมาก
ในระหว่างปี พ.ศ.2474-2485 รวมเวลาที่ครูบาศรีวิชัยได้รับนิมนต์ให้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสวนดอกและวัดพระสิงห์วรมหาวิหารต่อด้วยการแผ้วถางสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพนั้น ครูบาศรีวิชัยพำนักอยู่ที่วัดสวนดอกในตอนกลางวันก็จะมีศรัทธาชาวบ้านเดินขึ้นไปสร้างถนน ขึ้นดอยสุเทพเป็นอย่างนี้นานถึง 5-6 เดือน จนถนนแล้วเสร็จ จากนั้นก็จะมาอบรมศรัทธาสั่งสอนให้ภาวนากันที่พระวิหารหลวง
 
หลวงปู่ครูบาหน้อยเล่าว่าครั้งหนึ่งมาอยู่ปฏิบัติธรรมที่วัดสวนดอกนานประมาณ 1 เดือน โดยได้นำคณะศรัทธาชาวบ้านปงแม่แตง เดินทางมามอบตัวเป็นศิษย์ด้วย พอวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2477 ที่ได้เริ่มจอบแรกในการสร้างถนนเข้าสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร หลวงปู่ครูบาหน้อย ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสหนุ่มแห่งวัดบ้านปง ด้วยวัยเพียง 29 ปีก็นำกำลังศรัทธาแรงงานชาวบ้านมาร่วมครูบาศรีวิชัยพัฒนาถนนสู่ดอยสุเทพ จนถนนแล้วเสร็จ หลวงปู่ครูบาหน้อยย้อนไปถึงอดีตว่า ท่านได้นำพระเณรและคณะศรัทธาชาวตำบลอินทขิลมาร่วมงานทำ

บุญนี้หลายครั้งด้วยกัน ที่จำความได้มาปฏิบัติธรรมคือที่วัดสวนดอก 2 ครั้ง โดยตั้งใจที่มาเพื่อรับฟังเทศนาธรรมและอยู่ร่วมปฏิบัติธรรมกับครูบาศรีวิชัย เช่นเดียวกับพระสงฆ์จากที่ต่างๆหลายร้อยรูปครูบาศรีวิชัยได้จัดที่พักสงฆ์ออกมาตรวจดูว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร เรียบร้อยดีหรือไม่ขนาดเหลืออะไรพอค่ำลงก็จะพากันสวดมนต์และปฏิบัติธรรม การปฏิบัติธรรมของครูบาศรีวิชัยคือ การฝึกสอนให้พิจารณาอสุภะ ความไม่สวยไม่งาม พิจารณาสังขารที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน มีความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตายเป็นธรรมดา ตักเตือนไม่ให้ประมาทในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ให้ละเว้นจากการทำบาปทำชั่ว มาสร้างความดี ละโลภ โกรธ หลงและตั้งใจให้เป็นสมาธิทำภาวนาและเดินจงกรมการทำวัตรสวดมนต์ในสมัยนั้น มีการสวดมนต์แบบพื้นเมืองทั้งหมดครูบาศรีวิชัยนำสวด หากใครสวดไม่ได้ก็พยายามเล่าเรียนจำมาจากเพื่อนพระอาวุโสที่ติดตามครูบามานาน หรือถ้าใกล้ชิดครูบาศรีวิชัยก็จะได้รับการบอกกล่าวและฝึกอบรมเป็นการส่วนตัว ส่วนหลวงปู่ครูบาหน้อยนั้น แม้จะยังสอบนักธรรมไม่ได้ในช่วงนั้น แต่ความสนใจในการสวดมนต์ก็มีมาก สามารถเขียนอักขระพื้นเมืองและเริ่มสวดปาติโมกข์ได้บ้างแล้ว (ในระหว่างปี พ.ศ.2484-87) หลวงปู่ได้ตั้งใจเรียนนักธรรมจนสามารถสอบนักธรรมเอกได้ภายในเวลา 4 ปี จนท่านเจ้าคุณอภัยสารทะ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่แสดงความชื่นชมถึงความวิริยะอุตสาหะเป็นยอด

หลวงปู่เล่าว่า ได้ร่วมสวดมนต์กับครูบาศรีวิชัยโดยไม่ติดขัดและเมื่อทำวัตรสวดมนต์เสร็จแล้วก็ยังได้สวดบทอภิณณปัจจเวกขิตวา เพื่อให้รู้จักตนเองว่าเป็นใครดำรงตนอยู่สถานะอะไร สวดพิจารณาสังขารเพื่อบรรเทาความอยากตามกิเลส ความฟุ้งซ่านต่างๆให้มีสติ มีสมาธิมารวมลงในจุดเดียวกันคือ การพิจารณาสังขารว่าไม่เที่ยงแท้ มีเกิด มีป่วย มีตาย มีทุกข์ตลอดแล้วจบลงด้วยการทำความเพียรในการภาวนา เสร็จจากการภาวนาแล้วก็กลับกุฏิหรือศาลา แล้วทำความเพียรต่อ อาจจะมีการนั่งสมาธิ ภาวนาหรือเดินจงกรม ห้ามมิให้ส่งเสียงดังรบกวนกันวัตรปฏิบัติของครูบาศรีวิชัย เป็นที่ชื่นชมของเหล่าศรัทธาสาธุชนเป็นอันมากเพราะท่านตั้งใจจริง ปฏิบัติจริงและยังฉันมื้อเดียวอีกด้วย ซึ่งพระที่เคร่งครัดเช่นนั้นในอดีตก็มีแต่พระสายวิปัสสนากัมมัฏฐานเท่านั้น แต่สำหรับครูบาศรีวิชัยแล้ว ท่านแทบไม่ได้ว่างเว้นจากการรับนิมนต์ จากการเฝ้าติดตามของศรัทธาชาวบ้านและผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอย่างไม่ว่างเว้น หลวงปู่เล่าว่า แม้ครูบาศรีวิชัยจะต้องอธิกรณ์จากการกล่าวหาของพระสงฆ์ฝ่ายปกครองก็ยังมีผู้ติดตามครูบามาตลอด

หลวงปู่ครูบาหน้อย ชยวฺโส อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านปง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ได้ละสังขารเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2542 รวมสิริอายุได้ 102 พรรษา 82 แต่วันนี้วัดบ้านปงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของญาติโยมที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดหรือแม้แต่ในเชียงใหม่เองก็ได้เดินทางมานมัสการศพของหลวงปู่ครูบาหน้อยมิได้ขาดสาย ซึ่งทางวัดบ้านปงได้ตั้งศพของหลวงปู่ไว้ในโลงแก้วเพื่อให้ศรัทธาได้กราบไหว้บูชา สรีระศพของหลวงปู่ครูบาหน้อยถูกบรรจุไว้ในโลงแก้ว แต่สภาพร่างกายของหลวงปู่ยังเหมือนเดิมร่างกายมิได้เน่าเสีย ทางตรงกันข้ามได้รับการบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ดูแลศพของหลวงปู่ครูบาหน้อย จากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ทำให้ทราบว่าสรีระศพของ หลวงปู่นั้นมีเล็บมือเล็บเท้างอกออกมาเองแต่จะเป็นบุญบารมีธรรมอย่างไรก็ตาม หลวงปู่ครูบาหน้อยก็ถือว่าเป็นพระเถระที่มีพรรษามากที่สุดรูปหนึ่งของประเทศ

ประวัติของหลวงปู่ครูบาหน้อย เกิดเมื่อวันอังคารที่ 3 เมษายน 2440 ขึ้น 3 ค่ำเดือน 5 ปีจอ บิดาชื่อนายวงศ์ มารดาชื่อนางออน พงศ์คำ หลวงปู่ครูบาหน้อยเกิดที่บ้านปง ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในเยาว์วัยหลวงปู่เป็นเด้กขี้โรค ร่างกายอ่อนแอและโยม แม่ของท่านสุขภาพไม่แข็งแรงอีกด้วย ได้นำหลวงปู่ไปขอดื่มน้ำนมจากเพื่อนบ้านที่มีบุตรเล็กๆในวัยเดียวกัน เมื่อท่านอายุได้ 1 ขวบโยมแม่ออนก็ถึงแก่กรรม เด็กชายหน้อย เจริญวัยได้ 11 ปีทางบ้านจึงได้นำไปฝากตัวเป็นศิษย์วัดบ้านปง เพื่ออบรมบ่มนิสัยศึกษาเล่าเรียนเพิ่มความรู้ พออายุได้ 13 ปีก็ได้บวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดบ้านปง โดยมีครูบามโนชัยวัดศรีภูมินทร์ (สันป่าสัก) เป็นพระอุปัชฌาย์เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2454

 

ต่อมาท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อปี พ.ศ.2461 โดยมีครูบามโนชัยวัดศรีภูมินทร์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระศรีวิชัยเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระสิทธิเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า “ชยวฺโส” หลวงปู่ครูบาหน้อย ได้ปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาจนเป็นที่เคารพเลื่อมใสแก่ศรัทธาญาติโยมเป็นอย่างมาก เพราะหลวงปู่เป็นพระที่ปฏิบัติธรรมอย่างสันโดษ ยิ้มง่ายและมีเมตตาธรรมสูงจนเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไป แม้วันนี้หลวงปู่ครูบาหน้อย จะเหลือแต่สรีระไร้วิญญาณ ร่างของหลวงปู่กลับสร้างความฮือฮาให้กับประชาชนนั่นคือ สรีระร่างกายที่ไม่เน่าเสียเหมือนปกติธรรมดาแถมยังมีเล็บมือเล็บเท้างอกออกมาเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก ทำให้ประชาชนที่ทราบข่าวต่างหลั่งไหลพากันมากราบสักการะสรีระศพของหลวงปู่หน้อยไม่ได้ขาดสายในแต่ละวัน.

 


@----------- ศิษย์รักหลวงพ่อ สายตรง -----------@
@--------------------- ขอบคุณครับ ---------------------@
---------------- รับประกันความแท้ 100% -----------------
--------- เพื่อนๆท่านใดสนใจโทรติดต่อด่วนครับ ---------
--------------- พร บางระจัน 081-7842076 ----------------

 

 

 

 

 

 

 


 

THAILAND AMULET CENTER |CHIANGMAI OFFICE
211/45 the City Villa, Soi Ladprao 126
Ladprao Rd, Kwang Prapla,Wang Thong Lang district
Bangkok 10310 Mobile :66-093-3361995     e-mail:amuletcenter@hotmail.com
พระเครื่องเมืองสยาม| โดย พร บางระจัน:
236/2 หมู่ 5 ,ถนน เชียงใหม่ ลำพูน ,ตำบลยางเนิ้ง,อำเภิสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 50140
Tel: 66-053-963029,66-093-3361995  Fax : 66-53-963029
Mobile : 66-093-3361995   e-mail:amuletcenter@hotmail.com
Copyright © 2006 Thailand Amulet Center. Website Terms of Use   |   Privacy Statement Find us on Youtube Facebook